Saturday, December 27, 2008

เชื้อราบนไม้ตีรังกับการควบคุมความชื้น

ช่วงฤดูฝนที่อากาศมีความชื้นสูง บ้านนกแอ่นหลายๆแห่งที่ลืมปรับเครื่องตั้งเวลาเครื่องทำความชื้น คือลดระยะเวลาการทำงานของเครื่องทำความชื้นให้สั้นลง หรือปิดเครื่องทำความชื้นไปเลย การทำบ้านนกแอ่นคือการใส่ใจในเรื่องรายละเอียด การสนใจในเรื่องอุณหภูมิและความชื้นทั้งภายในและภายนอก เมื่อเกิดการละเลยจึงทำให้บ้านนกแอ่นหลายๆแห่งไม้ตีรังเกิดเชื้อราขึ้น มีคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องเชื้อราที่เกิดขึ้นบนไม้ตีรัง ว่ามีผลกระทบต่อการทำรังของนกแอ่นหรือไม่?

การที่ไม้เกิดเชื้อราเนื่องมาจากความชื้นที่มากเกินไป ความชื้นที่เหมาะสมสำหรับบ้านนกแอ่นอยู่ที่ประมาณ 80 - 95 % ส่วนใหญ่บ้านนกแอ่นที่เราทำกันมักจะไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนเพราะขาดอุปกรณ์บางตัวที่เราละเลย เช่น เครื่องควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ถ้าเราติดตั้งเครื่องควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ความเสี่ยงเรื่องเชื้อราก็จะหมดไป เพราะเครื่องควบคุมจะปิด-เปิดการทำงานของเครื่องทำความชื้นเมื่อความชื้นไม่อยู่ในระดับที่เราตั้งไว้

ความชื้นเป็นอะไรที่ควบคุมยาก บ้านนกแอ่นส่วนใหญ่จึงมีปัญหาเรื่องความชื้น เมื่อพยายามทำความชื้นให้ได้ระดับที่ต้องการ ก็ได้มาเกินความต้องการ ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องเชื้อราบนไม้ตีรังจึงต้องแก้ด้วยการควบคุมความชื้นให้อยู่ในระดับที่ต้องการ คือ ประมาณ 80 -95 % และห้ามเกินกว่าระดับนี้โดยเด็ดขาด การควบคุมความชื้นจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องควบคุมความชื้น (Hygrostat)
เชื้อราบนไม้ตีรังมีผลกระทบต่อการทำรังของนกแอ่น คือ ทำให้น้ำลายของนกแอ่นไม่สามารถซึมลงเกาะบนเนื้อไม้ได้ ทำให้การทำรังของนกแอ่นเป็นไปด้วยความยากลำบาก นกแอ่นจะไม่ทำรังตรงจุดที่ไม้ตีรังขึ้นเชื้อรา ถ้าหากเชื้อราเกิดขึ้นภายหลังจากนกแอ่นทำรังแล้วคือตรงจุดที่นกแอ่นทำรัง นกแอ่นก็จะย้ายที่ไปทำรังตรงจุดอื่น หรือไม่ก็ย้ายไปอยู่บ้านอื่นแทน ผิวของลูกนกแอ่นที่เกิดใหม่บอบบาง แม่นกแอ่นจึงต้องเลือกที่ทำรังที่สะอาดให้ลูกนกแอ่น เชื้อราบนไม้ตีรังจึงมีผลกระทบต่อบ้านนกแอ่นเป็นอย่างมาก

เครื่องควบคุมความชื้นมีหลายชนิด หลายขนาด หลายราคา สามารถเลือกซื้อใช้ได้ตามความต้องการ เป็นอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งที่ควรใช้เพื่อช่วยควบคุมความชื้นภายในบ้านนกแอ่น
การแก้ไขไม้ตีรังที่ขึ้นเชื้อรา การเข้าสำรวจดูแลบ้านนกแอ่นเป็นระยะๆ ก็เพื่อตรวจสอบดูแลความเรียบร้อยของบ้านนกแอ่น การสังเกตุเห็นคราบขาวๆบนไม้ตีรังแต่เนิ่นๆ จะแก้ไขได้ง่าย ถ้าปล่อยให้ความชื้นเกินระดับเป็นเวลานานๆ และเชื้อราเกาะกินลึกถึงเนื้อไม้ การแก้ไขก็ทำได้ยากอาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนไม้ตีรังใหม่ การแก้ไขเบื้องต้นถ้าพบว่าไม้ตีรังเริ่มเป็นเชื้อรา ให้หยุดระบบทำความชื้นทั้งหมดเพื่อให้ไม้ตีรังได้แห้ง เมื่อไม้ตีรังแห้งให้ใช้แปรงลวดทองเหลืองขัดถูเอาเชื้อราออก ถูหลายๆครั้งจนมองไม่เห็นเชื้อรา ส่วนไม้ตีรังแผ่นไหนที่ไม่สามารถขัดถูเชื้อราออกได้จนหมด หากไม่เปลี่ยนออกนกแอ่นก็จะไม่ยอมทำรังตรงจุดนั้น จึงควรเปลี่ยนไม้ตีรังใหม่ เพื่อให้ได้พื้นที่ทำรังของนกแอ่นเพิ่มขึ้น
การควบคุมความชื้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไม้ตีรังไม่เกิดเชื้อรา
นำเสนอโดย เทพชัย อริยะพันธุ์


















No comments:

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดยะลา

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดยะลา
ยะลา หรือ ยะลอ แปลว่า "แห" เดิมเป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองตอนใต้ ขึ้นอยู่กับมณฑลปัตตานี ต่อมาได้ประกาศเป็นจังหวัด ตามระเบียบบริหารการปกครองใหม่เมื่อปี 2476 ปัจจุบันจังหวัดยะลามีพื้นที่ 4,521.077 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น 8 อำเภอ 58 ตำบล 376 หมู่บ้าน มีอำเภอเมือง อำเภอรามัน อำเภอยะหา อำเภอบันนังสตา อำเภอเบตง อำเภอธารโต อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลาตั้งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศไทย ดั่งคำขวัญที่ว่า "ยะลา : ใต้สุดสยามเมืองงามชายแดน" อยู่ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถไฟประมาณ 1,039 กิโลเมตร หรือโดยทางรถยนต์ตามถนนเพชรเกษมประมาณ 1,440 กิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีผังเมืองสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทย

หลักเมืองยะลา

หลักเมืองยะลา
หลักเมืองยะลาสร้างขึ้นจากแนวความคิดของ พ.ต.อ.ศิริ คชหิรัญ ครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาร่วมกับบรรดาข้าราชการซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าเดิมจังหวัดยะลาเป็นอาณาเขตหนึ่งในบริเวณ 7 หัวเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดปัตตานี เพิ่งแยกออกเป็นเมืองหนึ่งต่างหากในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (ในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2335) ที่ตั้งตัวเมืองยะลาเดิมมิได้อยู่ในที่ปัจจุบัน แต่ได้โยกย้ายมาแล้วถึง 4 ครั้งด้วยกัน ด้วยเหตุดังกล่าวท่านจึงให้ข้าราชการและประชาชนชาวจังหวัดยะลาได้พร้อมใจกันสร้างหลักเมืองขึ้นที่บริเวณศูนย์วงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัดโดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 เวลา 10.30 น. ปัจจุบันหลักเมืองยะลาเป็นศูนย์กลางของเมืองยะลา ทั้งนี้เนื่องจากผังเมืองยะลาได้ออกแบบไว้เหมาะเจาะกันพอดีรอบๆวงเวียนหลักเมือง อันเป็นวงเวียนชั้นในสุดเป็นที่ทำการของส่วนราชการต่างๆ ได้แก่ ศาลากลางจังหวัด ศาลจังหวัด กองกำกับการตำรวจภูธร สำนักงานที่ดิน สำนักงานเกษตร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา บรรดาถนนทุกสายที่มาจากอำเภอต่างๆของจังหวัดจะมารวมกันที่หลักเมือง

วัดคูหาภิมุข

วัดคูหาภิมุข
ถ้ำคูหาภิมุขตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง ไปตามเส้นทางยะลา-หาดใหญ่ ประมาณ 7 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก 1 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานปูชนียวัตถุที่สำคัญคือ พระพุทธไสยาสน์ สร้างสมัยศรีวิชัยประมาณ 1,300 ปีเศษ ภายในมีถ้ำต่างๆเช่น ถ้ำมืด ถ้ำ ภปร. มีหินงอกหินย้อย และหยดน้ำไหลรินจากโขดหินสวยงามยิ่งนัก หยดเกร็ดเพชรระยิบระยับตา ซึ่งในปี 2539 ถ้ำคูหาภิมุขได้รับรางวัลการประกวดแหล่งท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พระมหากัจจายนะ

พระมหากัจจายนะ
พระมหากัจจายนะ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2505 ประดิษฐานอยู่ภายในวัดเมืองยะลา อยู่กลางแจ้งภายในวัด องค์ใหญ่สวยงาม หากหมั่นทำความดีเมื่อมาขอพรจากท่านมักจะประสบความสำเร็จ อยู่ห่างจากศาลากลางไปทางถนนสุขยางค์ทางออกมุ่งสู่อำเภอเบตงประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ด้านขวามือตรงข้ามกับโรงเรียนตำรวจภูธร 9 (กองบัญชาการส่วนหน้า)

วัดพุทธาธิวาส

วัดพุทธาธิวาส
พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ ตั้งอยู่ ณ วัดพุทธาธิวาส ถนนรัตนกิจ ในตัวเมืองเบตง โดยตัวเจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขามีขนาดความกว้าง 39 เมตร สูง 39.9 เมตร หรือขนาดความสูงเทียบเท่าตึก 13 ชั้น เป็นมหาธาตุเจดีย์ที่สวยงามและขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เป็นศิลปกรรมแบบศรีวิชัยประยุกต์ มหาเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นจากความคิดและการดำเนินการของอดีตประธานศาลฏีกา นายสวัสดิ์ โชติพานิช เพื่อเฉลิมฉลองและถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา

เขื่อนบางลาง

เขื่อนบางลาง
เขื่อนบางลางในระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองยะลาสู่อำเภอเบตง บนเส้นทางหลวงสายยะลา-เบตง สามารถแวะชมทัศนียภาพอันสวยงามของเขื่อนบางลางได้ที่บ้านบางลาง ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา ซึ่งห่างจากตัวเมืองยะลา 58 กิโลเมตร และเข้าไปในตัวเขื่อนอีกประมาณ 12.5 กิโลเมตร ตัวเขื่อนบางลางสร้างปิดกั้นแม่น้ำปัตตานี ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ที่ทิวเขาสันกาลาคีรี สันปันน้ำระหว่างไทยกับมาเลเซียในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ด้วยฝีไม้ลายมือมนุษย์ทำให้พื้นที่บริเวณเหนือเขื่อน กลายสภาพเป็นทะเลสาปน้ำจืดกลางหุบเขาขนาดใหญ่ซึ่งล้อมรอบไปด้วยความเขียวขจีจากพันธุ์พืชพันธุ์ไม้นานาชนิดและภูเขาน้อยใหญ่ที่ทอดตัวเรียงรายสลับซับซ้อนโอบล้อมอยู่ ทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ มีอาคารบ้านพักตากอากาศ ห้องจัดประชุม ร้านอาหาร สนามเทนนิส สนามเปตอง สนามกอล์ฟ สนามฟุตบอล แพล่องชมทัศนียภาพ ไว้บริการให้ความสะดวกแก่ผู้มาเยือน จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่ง นอกจากจะเหมาะต่อการท่องเที่ยวแล้วเขื่อนบางลางยังคงคุณสมบัติของเขื่อนเอนกประสงค์ตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรกในภาคใต้ไว้ได้เช่นเดิมคือ ช่วยในการป้องกันอุทกภัย การชลประทาน การผลิตกระแสไฟฟ้าและการประมง (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม,ติดต่อบ้านพักโทรฯ 0-7329-9237-8, 0-7329-7099 ล่องเรือหรือแพชมทิวทัศน์ทะเลสาปเหนือเขื่อน โทรฯ 0-7328-1063-66 ต่อ 2291)

วิถีชีวิตของชาวบ้านรอบๆเมืองยะลา

วิถีชีวิตของชาวบ้านรอบๆเมืองยะลา
ยะลาเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีธรรมชาติที่สวยงามอุดมสมบูรณ์ ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ดำเนินตามรอยพระบาทชีวิตความเป็นอยู่แบบพอเพียง มีอาหารการกินที่หลากหลายทั้ง ไทย จีน มุสลิม ผู้คนรักใคร่กลมเกลียว เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความวุ่นวายทั้งหลายที่เกิดเป็นเพียงภาพลวงตา อีกไม่นานก็จะหายไป เพราะเขาเองก็เบื่อเต็มทนแล้วเพราะตั้งแต่วันแรกที่หลงผิดชีวิตยังหาความสุขไม่ได้ จะขอกลับมาเป็นคนดีของสังคมเร็วๆนี้

อานิสงส์และบุญกุศลใดๆ

อานิสงส์ใดๆที่เกิดขึ้นจากการได้มีโอกาสเผยแพร่ข้อมูล ความรู้ ข่าวสารและวิชาการเกี่ยวกับการเลี้ยงและทำบ้านนกแอ่น ขอมอบแด่ คุณพ่อสุนันท์-คุณแม่อำนวย อริยะพันธุ์ พี่กัญญา ศรีสวัสดิ์และครอบครัว พี่ดวงพร เพชรโชติและครอบครัว น้องนิชา สุตะเมืองและครอบครัว คุณอ้อย(ภรรยา) น้องหนึ่ง(ลูกชาย) น้องฟรังก์(ลูกสาว) น้องดิว(ลูกสะใภ้) น้องพีร์(หลานชาย) ตลอดจนคณาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประศาสตร์วิชาความรู้ให้แก่ศิษย์โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขอบุญกุศลแห่งวิทยาทานทั้งหมดที่ข้าพเจ้าได้กระทำจงมีแด่ทุกท่านที่ข้าพเจ้าได้เคยรู้จักและเกี่ยวข้อง ให้ประสพแต่ความสุข ความเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฎิภานธนสารสมบัติทุกประการเทอญ เทพชัย อริยะพันธุ์