Tuesday, May 13, 2008

การใช้ขี้นกแอ่นโรยในบ้านนกแอ่นใหม่

การทำบ้านนกแอ่นใหม่มีหลายๆปัจจัยที่ท่านต้องพยายามทำให้ได้ตามเงื่อนไข หากท่านนึกถึงสภาพภายในถ้ำนกแอ่น หรือ บ้านนกแอ่นที่สำเร็จสูงสุด สิ่งแรกที่ท่านสามารถสัมผัสได้คือกลิ่นขี้นกแอ่น ความรู้สึกของท่านคือเหม็น สำหรับนกแอ่นกลิ่นขี้นกแอ่นคือกลิ่นของความคุ้นเคย คือกลิ่นของถิ่นที่อยู่อาศัย ลูกนกแอ่นฟักออกจากเปลือกไข่วันแรก ตายังปิดมองอะไรไม่เห็น แต่จมูกจะสามารถสัมผัสได้กับกลิ่น และกลิ่นแรกที่ลูกนกแอ่นสัมผัสได้คือกลิ่นขี้นกแอ่นภายในถิ่นที่อยู่อาศัย จะสัมผัสกับกลิ่นนี้ไปตลอดจนกว่าจะโตและบินได้ เมื่อบินออกสู่โลกภายนอกจึงจะสัมผัสกลิ่นอื่นๆ

การทำบ้านนกแอ่นใหม่ หากท่านสามารถหาขี้นกแอ่นมาโรยตามพื้นให้ทั่วภายในบ้านนกแอ่น จะเป็นการช่วยกลบกลิ่นของซีเมนท์ กลิ่นสี กลิ่นเชื่อมโลหะ ฯลฯ สร้างกลิ่นที่นกแอ่นคุ้นเคยที่สุดให้กับบ้านนกแอ่นใหม่ ทำให้นกแอ่นตัดสินใจเข้าอยู่อาศัยได้เร็วขึ้น

ผมเคยมีประสบการณ์เรื่องขอซื้อขี้นกแอ่นจากคนที่รู้จักซึ่งอยู่คนละจังหวัด เพื่อนำมาโรยในบ้านนกแอ่นของผม ก่อนเริ่มเปิดเสียงเรียกนกวันแรก ได้ถูกปฎิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย "โอ้ย! ไม่มีใครเขาขายให้หรอก เดียวมาทำแข่งกับเขา" จะสั่งซื้อจากอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ก็นึกอายเขา อะไรกัน ประเทศไทยมีบ้านนกแอ่นตั้งมากมาย หาซื้อขี้นกแอ่นยังต้องซื้อจากต่างประเทศ เลยตัดสินใจไม่โรยขี้นกแอ่น ทุกวันนี้นกแอ่นเข้าอยู่แล้วกว่าพันตัว ได้รังนกแอ่นกว่า 300 รัง ใน 6 เดือน โดยไม่ได้โรยขี้นกแอ่น

ที่เขียนเรื่องนี้ไม่ได้แนะนำให้ท่านทำตามผม แต่อยากแนะนำให้ท่านใช้ขี้นกแอ่นโรยตอนทำบ้านนกแอ่นใหม่ๆ เพื่อให้องค์ประกอบของการทำบ้านนกแอ่นใหม่ครบถ้วน เร่งให้นกแอ่นตัดสินใจเข้าอยู่อาศัยเร็วขึ้น หากท่านหาขี้นกแอ่นไม่ได้ให้บอกผม ผมจะรีบส่งไปให้ ให้ฟรี ไม่อยากให้ท่านเจอคนขี้เหนียวเหมือนที่ผมเจอ

นำเสนอโดย เทพชัย อริยะพันธุ์

Saturday, May 10, 2008

รังนกแอ่นแท้VS.รังนกแอ่นปลอม


เนื่องจากความต้องการบริโภครังนกแอ่นมีสูงมาก และราคารังนกแอ่นก็สูงมากตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้จึงมีรังนกแอ่นปลอมผลิตออกมาจำหน่าย ผู้บริโภคทั่วๆไปที่ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องความแตกต่างของรังนกแอ่นแท้และรังนกแอ่นปลอม ย่อมถูกหลอกได้ รังนกแอ่นปลอมมีความคล้ายคลึงรังนกแอ่นแท้มาก จนผู้บริโภคทั่วไปไม่สามารถแยกได้ว่า อันไหนรังนกแอ่นแท้ อันไหนรังนกแอ่นปลอม

รังนกแอ่นปลอมส่วนใหญ่ทำมาจากยาง "คารายา" เป็นยางจากต้นสุพรรณกา (Sterculia Urens) มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย โดยยาง "คารายา"มีสีขาว สีเหลืองอมชมพูจนถึงสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นคล้ายน้ำส้มสายชู รูปร่างไม่แน่นอน ไม่ละลายน้ำ แต่ดูดซับน้ำและพองตัวคล้ายรังนก โดยยางชนิดนี้ใช้ในอาหารได้ปลอดภัย และยังใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น การทำฟัน ยา อาหาร สิ่งทอ และ กระดาษ

จากการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ โดยใช้วิธีการทางเคมีและเทคนิคอินฟราเรดสเปคโทรสโคปิ สามารถบอกได้ว่ารังนกแอ่นแท้ที่เก็บจากการทำรังของนกแอ่น มีส่วนประกอบหลักเป็นโปรตีนสูงกว่า 50% และมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 22% ขณะที่รังนกแอ่นปลอมจะมีโปรตีนเพียง 2% แต่จะมีคาร์โบไฮเดรตสูงกว่า 70% นอกจากนั้นรังนกแอ่นแท้ทุกชนิดจะมีรูปแบบลายพิมพ์อินฟราเรดสเปคตรัมและส่วนประกอบของกรดอะมิโน เอซิด ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัตถุชนิดอื่นชัดเจน โดยเฉพาะรังนกแอ่นปลอมที่ทำมาจากยาง "คารายา"

รังนกแอ่นแท้เมื่อเวลาตุ๋นจะมีกลิ่นคาวน้ำลายนกแอ่น แต่รังนกแอ่นปลอมที่ทำจากยาง"คารายา" เมื่อเวลาตุ๋นจะไม่ได้กลิ่นคาวน้ำลายนกแอ่น ความอร่อยก็ต่างกันมาก ความข้นก็จะต่างกัน รังนกแอ่นแท้จะมีความเป็นเส้นเห็นได้ชัดเจน ขณะที่รังนกแอ่นปลอมที่ทำจากยาง "คารายา" จะมีความเป็นก้อนเป็นแผ่นเล็กๆคล้ายวุ้น ถ้าท่านเคยทำความสะอาดรังนกแอ่นเอง ท่านจะสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน
รังนกแอ่นปลอมที่ทำจากยาง "คารายา" มักจะทำเป็นรังนกแอ่นสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้ใส่ใจในเรื่องของแท้หรือของปลอม เห็นว่าสะดวกที่จะซื้อและราคาไม่แพง บรรจุในขวดเรียบร้อยดูสะอาด จึงมีผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่ซื้อรับประทานอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ ดังนั้นก่อนซื้อจึงควรตรวจดูว่าบนขวดบรรจุภัณฑ์มีฉลากระบุผู้ผลิตผู้จำหน่ายและมีเครื่องหมาย "อย." หรือไม่
การซื้อรังนกแอ่นแห้งที่ทำความสะอาดแล้วควรซื้อจากร้านที่ค้าเป็นอาชีพเชื่อถือได้ หรือถ้าเป็นรังนกแอ่นที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด ขอแบ่งซื้อจากเจ้าของบ้านนกแอ่น ถ้าซื้อมาเพื่อรับประทานเองไม่จำเป็นต้องซื้อเกรด A ซื้อเกรดรองๆลงมาก็ได้ ราคาจะถูกกว่าคุณภาพเหมือนกัน
นำเสนอโดย เทพชัย อริยะพันธุ์


Friday, May 9, 2008

ทำรายได้ 400 ล้าน/ปีที่สุราษฎร์ธานี

ประธานโครงการผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดย่อม(คพอ.) สุราษฎร์ธานี นายประชุม เจนเจริญวงศ์ เปิดเผยว่า มีคอนโดฯเลี้ยงนกแอ่นประมาณ 100 แห่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นของในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 30 แห่ง และในต่างอำเภออีกประมาณ 70 แห่ง ปัจจุบันรังนกแอ่นที่เก็บจากบ้านนกแอ่นแบบคอนโดฯสามารถทำรายได้ให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงปีละ 400 ล้านบาท

นายประชุม เจนเจริญวงศ์ยังกล่าวว่า การเลี้ยงนกแอ่นเป็นธุรกิจที่ควรพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมท้องถิ่น และควรสร้างความไว้วางใจต่อผู้บริโภคเรื่องความสะอาด การดูแลนกแอ่น ให้เป็นระบบฟาร์มที่ถูกต้อง

ผมเองก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง อยากให้ทุกจังหวัดที่สามารถทำการเลี้ยงนกแอ่นในลักษณะบ้านนกแอ่นแบบฟาร์มส่งเสริมให้เป็นอุตสาหกรรมท้องถิ่น ให้มีรายได้เข้ามาในท้องถิ่นจำนวนมากๆ ส่วนข้อมูลความรู้ในเรื่องการทำบ้านนกแอ่นนั้น ผู้ที่มีประสบการณ์ควรถ่ายทอดความรู้เป็นวิทยาทานให้ผู้ที่สนใจการทำบ้านนกแอ่นได้รับรู้บ้าง ช่วยกันทำเพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกรังนกแอ่นอันดับหนึ่งให้ได้

นำเสนอโดย เทพชัย อริยะพันธุ์

Wednesday, May 7, 2008

โลกร้อนทำแมลงเขตร้อนสูญพันธุ์

ทีมนักวิทยาศาสตร์สหรัฐอเมริการะบุไว้ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ "โปรซีดิ่ง ออฟ เดอะ เนชั่นแนล อะคาเดมี ออฟ ไซน์ซ" ฉบับวันที่ 6 พฤษภาคม 2008 ว่า แมลงหลายชนิดในพื้นที่เขตร้อนอาจสูญพันธุ์ไปภายในศตวรรษนี้ เพราะไม่สามารถปรับเข้ากับอุณหภูมิที่สูงขึ้นสืบเนื่องจากภาวะโลกร้อนได้ ทั้งนี้เนื่องจากบรรดาแมลงในเขตร้อนนี้มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากกว่า เมื่อเทียบกับแมลงในภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ดังกล่าวดำเนินการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี 2490 ถึง 2543 สิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์เลือดเย็นไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้เหมือนอย่างสัตว์จำพวกเดียวกันในเขตอบอุ่นหรือเขตหนาว ที่สามารถสลัดขนหรือเพิ่มความหนาของขนไปตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากๆได้

นายโจชัว ทิวก์สบิวรี หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันผู้ดำเนินการวิจัยดังกล่าว กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแมลงจำพวกนี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในระดับที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 5.4 องศาเซลเซียสจากระดับอุณหภูมิในปัจจุบันเท่านั้น ระดับดังกล่าวเป็นระดับอุณหภูมิที่คาดว่าภาวะโลกร้อนจะทำให้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2100 นี้ ผลวิจัยชิ้นนี้ระบุด้วยว่า เมื่ออุณหภูมิโลกร้อนขึ้น แมลงบางจำพวกในเขตร้อนอาจใช้วิธีการอพยพขึ้นไปอยู่ที่สูงขึ้นซึ่งอุณหภูมิต่ำกว่า ย้ายถิ่นขึ้นไปทางเหนือมากขึ้น หรือค่อยวิวัฒนาการปรับร่างกายเข้ากับอากาศที่ร้อนขึ้น แต่จะมีแมลงอีกไม่น้อยที่ต้องตายไปเพราะสภาพร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็วและไม่สามารถปรับร่างกายให้ทนทานได้อีกต่อไป (BBC)

หวังว่าภาวะโลกร้อนคงไม่ทำให้นกแอ่นอพยพไปอยู่ที่อื่น และแมลงที่นกแอ่นกินเป็นอาหารสามารถปรับตัวสู้ภาวะโลกร้อนได้

นำเสนอโดย เทพชัย อริยะพันธุ์

Tuesday, May 6, 2008

โรคนกแอ่น (Swiftlet Disease)

อาการของโรคชนิดนี้คือเวลาไปไหนมักจะมองท้องฟ้า รู้สึกผูกพันกับท้องฟ้ามาก ได้ยินเสียง คลิ๊ก คลิ๊ก แล้วเพราะมาก รีบมองหาที่มาของเสียง เงินบินอยู่ในอากาศมากมาย อยากจับมาไว้ในบ้านนกแอ่นของเราจังเลย

นอนตอนกลางคืนก็คิดถึงแต่นกแอ่น อยากมีบ้านนกแอ่นหลายๆหลัง ฝันเห็นรังนกแอ่นเต็มไปหมด ทำให้เป็นคนตื่นเช้าเพราะอยากดูนกแอ่นบินออกจากบ้านนกแอ่น ตอนเย็นก็ไม่อยากมีนัดกับใคร อยากกลับบ้านไปดูนกแอ่นบินกลับบ้าน นั่งนับนกแอ่นเพลินใจ

โทรศัพท์มือถือเสียงเรียกเข้าก็ต้อง MP3 เสียงเรียกนกแอ่น ฟังแล้วชื่นใจ สะท้านใจจริงๆ

วันๆก็เอาแต่อยู่หน้าคอมฯ เข้าแต่เว็บนกแอ่นหาข้อมูลตลอด คุยกับใครเรื่องอื่นก็ไม่สนุกเท่าเรื่องนกแอ่น

กินรังนกแอ่นทุกวัน ฟิตเปรียะ รวยก็ไม่กล้าบอกใคร

ถ้าอาการของท่านเป็นดังนี้ ท่านเป็นโรคนกแอ่นแน่นอน

ฮา ฮา ฮา

นำเสนอโดย เทพชัย อริยะพันธุ์ (เป็นโรคนี้แล้วจ้า!)

Monday, May 5, 2008

การสร้างบ้านนกแอ่น(Construction of Swiftlet House)

การสร้างบ้านนกแอ่นในปัจจุบันต้องออกแบบให้ดีให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่จริงของนกแอ่น ให้เหมือนถ้ำที่นกแอ่นอยู่ตามเกาะต่างๆ บ้านนกแอ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือบ้านที่สามารถสร้างได้ใกล้เคียงสภาพถ้ำนกแอ่นมากที่สุด ในประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย เรียกบ้านนกแอ่นว่า "Swiftlet House" หรือ "Swiftlet Farming" ลักษณะจริงๆก็คือการทำฟาร์มนั่นเอง แต่เนื่องจากนกแอ่นเป็นนกที่แตกต่างจากนกอื่นๆ คือ ไม่ยอมให้จำกัดบริเวณหรือถูกกักขัง ไม่ต้องให้อาหาร นกแอ่นจะออกหากินเองตามลักษณะธรรมชาติของนกแอ่น การเลี้ยงนกแอ่นจึงถือเป็นลักษณะของการทำฟาร์มแบบพิเศษ ทำที่ให้นกแอ่นเกาะพักเพื่อทำรังโดยใช้ไม้ตีรัง(Nesting Plank) ทำอุณหภูมิและความชื้นให้เหมือนในถ้ำนกแอ่น ดูแลอย่าให้มีศัตรูของนกแอ่นมารบกวน ทำความมืดให้เหมาะสม เปิดเสียงเรียกนกแอ่นให้ฟังดูเหมือนมีนกแอ่นอาศัยอยู่มากมาย เท่านี้ก็เรียกนกแอ่นให้เข้าอยู่ได้แล้ว

ในช่วงเวลา 20 - 30 ปี ที่ผ่านมา คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่สามารถที่จะทำบ้านให้นกแอ่นอยู่ได้ ทุกวันนี้คนไทยบางส่วนก็ยังคงเชื่อเช่นนี้ เชื่อว่าคนที่มีบ้านและมีนกแอ่นเข้าอยู่อาศัย คือคนที่มีโชคมีบุญวาสนา การจะทำบ้านและเรียกให้นกแอ่นเข้าอยู่อาศัยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้(Impossible)

เจ้าของบ้านนกแอ่นหลายๆคนที่ผมรู้จักและได้พูดคุยด้วย เป็นบ้านนกแอ่นที่สำเร็จสูงสุด ก็ยังไม่เคยบอกรายละเอียดใดๆให้ผมทราบ เหตุผลของเขาคือ ข้อแรกเรื่องความปลอดภัย ข้อที่สองไม่อยากให้มีบ้านนกแอ่นใหม่เพิ่มขึ้น ข้อที่สามไม่อยากแบ่งบันข้อมูลความรู้เรื่องนี้กับใครๆ

การจะดูว่าบ้านนกแอ่นหลังใดประสบความสำเร็จหรือไม่ ดูไม่ยาก เพียงท่านตื่นแต่เช้าเวลา 6.00 น. - 8.00 น. ไปยืนดูนกแอ่นบินออกจากช่องทางเข้า-ออกของบ้านนกแอ่น หรือถ้าขี้เกียจตื่นเช้าก็ไปยืนดูตอนเย็นเวลา 18.15 น. - 19.00 น. ถ้าท่านเห็นนกแอ่นบินเข้าหรือบินออกเป็นร้อยๆตัวก็แสดงว่าบ้านนกแอ่นหลังนั้นประสบความสำเร็จ

คำแนะนำที่ผมอยากให้กับท่านที่คิดจะทำบ้านนกแอ่น ในการเลือกสถานที่หรือทำเล โปรดเลือกสถานที่หรือทำเลที่มีบ้านนกแอ่นจำนวนน้อย แต่ต้องมีบ้านนกแอ่นที่สำเร็จแล้วอยู่บ้างเพื่อความมั่นใจ หรือจะทำเป็นหลังแรกๆยิ่งดี ถ้าพื้นที่ใดมีบ้านนกแอ่นที่ทำมานานแล้วเป็นจำนวนมาก คือเกิน 10 หลัง การเรียกนกแอ่นเข้าอยู่อาศัยในบ้านนกแอ่นใหม่ของท่านจะค่อนข้างยากและใช้เวลานาน ที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีตึกนกแอ่นเป็นร้อยหลัง แต่ที่ประสบความสำเร็จจริงๆประมาณ 30% เท่านั้น ในประเทศไทยมีบ้านนกแอ่นประมาณ 73,000 หลัง ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดประสบความสำเร็จ เหตุผลของการไม่ประสบความสำเร็จคือ เจ้าของบ้านนกแอ่นส่วนใหญ่ขาดความรู้ ความเข้าใจที่แท้จริง ไม่สามารถทำเงื่อนไขให้ได้ตามมาตรฐานที่นกแอ่นต้องการ

จำนวนบ้านนกแอ่นในพื้นที่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia):-

- 1. ประเทศอินโดนีเซีย ประมาณ 165,000 หลัง
- 2. ประเทศไทย ประมาณ 73,000 หลัง
- 3. ประเทศมาเลเซีย ประมาณ 35,000 หลัง
- 4. ประเทศเวียตนาม ประมาณ 5,000 หลัง
- 5. ประเทศกัมพูชา ประมาณ 1,000 หลัง

ประชากรนกแอ่นเพิ่มขึ้นตลอดตั้งแต่เริ่มมีการทำบ้านนกแอ่น เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นโอกาสที่ดีของการลงทุนทำบ้านนกแอ่น ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในภูมิภาคนี้ พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเกือบทุกจังหวัดสามารถทำบ้านนกแอ่นได้ แต่ยังไม่ได้มีการสำรวจพื้นที่โดยละเอียด ยังไม่มีการทำโซนนิ่งเหมือนประเทศมาเลเซีย

ตลาดรังนกแอ่นจะยังคงตื่นตัวตลอดไป เพราะความต้องการบริโภครังนกแอ่นยังมากเกินกว่าความสามารถในการผลิตรังนกแอ่นเพื่อสนองตอบความต้องการ ปี 2007 ประเทศไทยส่งออกรังนกแอ่น 19% ของความต้องการของตลาดโลก อินโดนีเซีย 62% มาเลเซีย 8% ประเทศจีนและฮ่องกงบริโภครังนกแอ่นมากกว่า 100 ตัน/ปี ใต้หวันและประเทศอื่นๆประมาณ 50 ตัน/ปี

จากบทความที่ประมวลมาจนถึงตัวเลขที่กล่าวถึง คิดว่าท่านคงเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมของการทำบ้านนกแอ่น การทำบ้านนกแอ่นให้ประสบความสำเร็จนั้นยังมีโอกาส เพราะประชากรนกแอ่นเพิ่มขึ้นตลอด และกลุ่มผู้บริโภคก็ยังมีอยู่ตลอด การทำบ้านนกแอ่นที่ถูกหลักวิชาการและวิธีการย่อมประสบความสำเร็จได้ ขอให้ทุกท่านโชคดี

นำเสนอโดย เทพชัย อริยะพันธุ์

Saturday, May 3, 2008

การทำความสะอาดรังนกแอ่น

การทำความสะอาดรังนกแอ่นเป็นงานที่ใช้เวลานาน เป็นงานที่น่าเบื่อ รังนกแอ่น 1 รัง อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการทำความสะอาด แต่หลังจากทำความสะอาดแล้ว ราคาจะเพิ่มขึ้นอีกมาก โรงงานที่รับทำความสะอาดรังนกแอ่นจึงต้องใช้พนักงานจำนวนมาก

ขั้นแรก: ล้างรังนกแอ่นให้สะอาด ใช้น้ำธรรมดาไม่ควรใช้น้ำประปาเพราะจะมีกลิ่นคลอรีน เสร็จแล้วนำรังนกแอ่นแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3 ชั่งโมง เพื่อให้รังนกแอ่นขยายตัวขึ้นประมาณ 3-4 เท่าตัวของรังปกติ จับดูด้วยนิ้วว่านิ่มพอที่จะสามารถเลือกขนนกและเศษขยะที่ปะปนออกได้ง่ายหรือยัง ถ้านิ่มแล้วตักลงใส่ถ้วยเปล่าที่แห้ง ใช้แหนบปลายแหลมค่อยๆคีบขนนกออกทีละชิ้น จนรังนกแอ่นสะอาด ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับรังนกแอ่นอื่นๆตามจำนวนที่ต้องการ ถ้าท่านทำความสะอาดเพื่อไว้รับประทานเอง ก็ใส่ลงหม้อตุ๋นได้เลย หากจะรับประทานวันหลังจากนี้ ก็ให้ผึ่งไว้ในร่มจนแห้งสนิท วิธีผึ่งลมให้แห้งสนิท ควรวางลงบนแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ ตัดแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ขนาด 5 x 5 เซนติเมตร นำรังนกแอ่นที่ทำความสะอาดแล้ว จัดวางลงบนแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ให้ดูสวยงาม เมื่อแห้งสนิทแล้ว เก็บไว้ให้ดีอย่าให้ถูกน้ำ จะได้ไม่ขึ้นรา

สำหรับโรงงานที่รับทำความสะอาดรังนกแอ่นที่ใช้พนักงานจำนวนมาก ก็จะใช้วิธีการเดียวกัน แต่เขาจะมีตัวแบบที่ทำสำเร็จรูป เพื่อจัดวางรังนกแอ่นที่ทำความสะอาดแล้วลงไป นำรังนกแอ่นที่จัดวางลงบนตัวแบบเข้าตู้อบจนแห้งสนิท เมื่อแกะรังนกแอ่นออกจากตัวแบบ รังนกแอ่นทุกอันจะมีรูปทรงที่เหมือนๆกัน เมื่อเรียงลงกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาสวยงาม ทำให้รังนกแอ่นดูดีมีราคาสมเป็นอาหารเสริมที่มีคุณค่าสูงที่สุด
ผมเคยเขียนแนะนำเรื่องราคารังนกแอ่นที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดว่า มักถูกผู้รับซื้อรังนกแอ่นกดราคา โดยอ้างเหตุผลต่างๆนาๆ รังเล็กบ้าง รังสกปรกบ้าง ขนนกเยอะบ้าง นั่นคือเทคนิคการรับซื้อรังนกแอ่นของเขา แต่จริงๆแล้วรังนกแอ่น เมื่อเข้าสู่กระบวนการของโรงงานรับทำความสะอาด จะรังเล็กรังใหญ่ ขนนกมากหรือน้อย ก็ออกมาสวย ดูดีเหมือนกันหมด การรับซื้อ ซื้อกันเป็นกิโลกรัม ไม่ขาดไม่เกิน ตอนล้างทำความสะอาดและลงตัวแบบจึงออกมาเหมือนกันหมด

ดังนั้นท่านจึงควรนำเหตุผลเหล่านี้ไปพูดคุยกับผู้รับซื้อรังนกแอ่น เพื่อจะได้ราคาที่ดีที่เป็นเหตุเป็นผล

ภาพถ่ายทั้งหมดจาก Tri-Swallow

นำเสนอโดย เทพชัย อริยะพันธุ์

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดยะลา

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดยะลา
ยะลา หรือ ยะลอ แปลว่า "แห" เดิมเป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองตอนใต้ ขึ้นอยู่กับมณฑลปัตตานี ต่อมาได้ประกาศเป็นจังหวัด ตามระเบียบบริหารการปกครองใหม่เมื่อปี 2476 ปัจจุบันจังหวัดยะลามีพื้นที่ 4,521.077 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น 8 อำเภอ 58 ตำบล 376 หมู่บ้าน มีอำเภอเมือง อำเภอรามัน อำเภอยะหา อำเภอบันนังสตา อำเภอเบตง อำเภอธารโต อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลาตั้งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศไทย ดั่งคำขวัญที่ว่า "ยะลา : ใต้สุดสยามเมืองงามชายแดน" อยู่ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถไฟประมาณ 1,039 กิโลเมตร หรือโดยทางรถยนต์ตามถนนเพชรเกษมประมาณ 1,440 กิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีผังเมืองสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทย

หลักเมืองยะลา

หลักเมืองยะลา
หลักเมืองยะลาสร้างขึ้นจากแนวความคิดของ พ.ต.อ.ศิริ คชหิรัญ ครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาร่วมกับบรรดาข้าราชการซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าเดิมจังหวัดยะลาเป็นอาณาเขตหนึ่งในบริเวณ 7 หัวเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดปัตตานี เพิ่งแยกออกเป็นเมืองหนึ่งต่างหากในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (ในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2335) ที่ตั้งตัวเมืองยะลาเดิมมิได้อยู่ในที่ปัจจุบัน แต่ได้โยกย้ายมาแล้วถึง 4 ครั้งด้วยกัน ด้วยเหตุดังกล่าวท่านจึงให้ข้าราชการและประชาชนชาวจังหวัดยะลาได้พร้อมใจกันสร้างหลักเมืองขึ้นที่บริเวณศูนย์วงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัดโดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 เวลา 10.30 น. ปัจจุบันหลักเมืองยะลาเป็นศูนย์กลางของเมืองยะลา ทั้งนี้เนื่องจากผังเมืองยะลาได้ออกแบบไว้เหมาะเจาะกันพอดีรอบๆวงเวียนหลักเมือง อันเป็นวงเวียนชั้นในสุดเป็นที่ทำการของส่วนราชการต่างๆ ได้แก่ ศาลากลางจังหวัด ศาลจังหวัด กองกำกับการตำรวจภูธร สำนักงานที่ดิน สำนักงานเกษตร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา บรรดาถนนทุกสายที่มาจากอำเภอต่างๆของจังหวัดจะมารวมกันที่หลักเมือง

วัดคูหาภิมุข

วัดคูหาภิมุข
ถ้ำคูหาภิมุขตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง ไปตามเส้นทางยะลา-หาดใหญ่ ประมาณ 7 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก 1 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานปูชนียวัตถุที่สำคัญคือ พระพุทธไสยาสน์ สร้างสมัยศรีวิชัยประมาณ 1,300 ปีเศษ ภายในมีถ้ำต่างๆเช่น ถ้ำมืด ถ้ำ ภปร. มีหินงอกหินย้อย และหยดน้ำไหลรินจากโขดหินสวยงามยิ่งนัก หยดเกร็ดเพชรระยิบระยับตา ซึ่งในปี 2539 ถ้ำคูหาภิมุขได้รับรางวัลการประกวดแหล่งท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พระมหากัจจายนะ

พระมหากัจจายนะ
พระมหากัจจายนะ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2505 ประดิษฐานอยู่ภายในวัดเมืองยะลา อยู่กลางแจ้งภายในวัด องค์ใหญ่สวยงาม หากหมั่นทำความดีเมื่อมาขอพรจากท่านมักจะประสบความสำเร็จ อยู่ห่างจากศาลากลางไปทางถนนสุขยางค์ทางออกมุ่งสู่อำเภอเบตงประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ด้านขวามือตรงข้ามกับโรงเรียนตำรวจภูธร 9 (กองบัญชาการส่วนหน้า)

วัดพุทธาธิวาส

วัดพุทธาธิวาส
พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ ตั้งอยู่ ณ วัดพุทธาธิวาส ถนนรัตนกิจ ในตัวเมืองเบตง โดยตัวเจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขามีขนาดความกว้าง 39 เมตร สูง 39.9 เมตร หรือขนาดความสูงเทียบเท่าตึก 13 ชั้น เป็นมหาธาตุเจดีย์ที่สวยงามและขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เป็นศิลปกรรมแบบศรีวิชัยประยุกต์ มหาเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นจากความคิดและการดำเนินการของอดีตประธานศาลฏีกา นายสวัสดิ์ โชติพานิช เพื่อเฉลิมฉลองและถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา

เขื่อนบางลาง

เขื่อนบางลาง
เขื่อนบางลางในระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองยะลาสู่อำเภอเบตง บนเส้นทางหลวงสายยะลา-เบตง สามารถแวะชมทัศนียภาพอันสวยงามของเขื่อนบางลางได้ที่บ้านบางลาง ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา ซึ่งห่างจากตัวเมืองยะลา 58 กิโลเมตร และเข้าไปในตัวเขื่อนอีกประมาณ 12.5 กิโลเมตร ตัวเขื่อนบางลางสร้างปิดกั้นแม่น้ำปัตตานี ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ที่ทิวเขาสันกาลาคีรี สันปันน้ำระหว่างไทยกับมาเลเซียในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ด้วยฝีไม้ลายมือมนุษย์ทำให้พื้นที่บริเวณเหนือเขื่อน กลายสภาพเป็นทะเลสาปน้ำจืดกลางหุบเขาขนาดใหญ่ซึ่งล้อมรอบไปด้วยความเขียวขจีจากพันธุ์พืชพันธุ์ไม้นานาชนิดและภูเขาน้อยใหญ่ที่ทอดตัวเรียงรายสลับซับซ้อนโอบล้อมอยู่ ทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ มีอาคารบ้านพักตากอากาศ ห้องจัดประชุม ร้านอาหาร สนามเทนนิส สนามเปตอง สนามกอล์ฟ สนามฟุตบอล แพล่องชมทัศนียภาพ ไว้บริการให้ความสะดวกแก่ผู้มาเยือน จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่ง นอกจากจะเหมาะต่อการท่องเที่ยวแล้วเขื่อนบางลางยังคงคุณสมบัติของเขื่อนเอนกประสงค์ตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรกในภาคใต้ไว้ได้เช่นเดิมคือ ช่วยในการป้องกันอุทกภัย การชลประทาน การผลิตกระแสไฟฟ้าและการประมง (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม,ติดต่อบ้านพักโทรฯ 0-7329-9237-8, 0-7329-7099 ล่องเรือหรือแพชมทิวทัศน์ทะเลสาปเหนือเขื่อน โทรฯ 0-7328-1063-66 ต่อ 2291)

วิถีชีวิตของชาวบ้านรอบๆเมืองยะลา

วิถีชีวิตของชาวบ้านรอบๆเมืองยะลา
ยะลาเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีธรรมชาติที่สวยงามอุดมสมบูรณ์ ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ดำเนินตามรอยพระบาทชีวิตความเป็นอยู่แบบพอเพียง มีอาหารการกินที่หลากหลายทั้ง ไทย จีน มุสลิม ผู้คนรักใคร่กลมเกลียว เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความวุ่นวายทั้งหลายที่เกิดเป็นเพียงภาพลวงตา อีกไม่นานก็จะหายไป เพราะเขาเองก็เบื่อเต็มทนแล้วเพราะตั้งแต่วันแรกที่หลงผิดชีวิตยังหาความสุขไม่ได้ จะขอกลับมาเป็นคนดีของสังคมเร็วๆนี้

อานิสงส์และบุญกุศลใดๆ

อานิสงส์ใดๆที่เกิดขึ้นจากการได้มีโอกาสเผยแพร่ข้อมูล ความรู้ ข่าวสารและวิชาการเกี่ยวกับการเลี้ยงและทำบ้านนกแอ่น ขอมอบแด่ คุณพ่อสุนันท์-คุณแม่อำนวย อริยะพันธุ์ พี่กัญญา ศรีสวัสดิ์และครอบครัว พี่ดวงพร เพชรโชติและครอบครัว น้องนิชา สุตะเมืองและครอบครัว คุณอ้อย(ภรรยา) น้องหนึ่ง(ลูกชาย) น้องฟรังก์(ลูกสาว) น้องดิว(ลูกสะใภ้) น้องพีร์(หลานชาย) ตลอดจนคณาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประศาสตร์วิชาความรู้ให้แก่ศิษย์โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขอบุญกุศลแห่งวิทยาทานทั้งหมดที่ข้าพเจ้าได้กระทำจงมีแด่ทุกท่านที่ข้าพเจ้าได้เคยรู้จักและเกี่ยวข้อง ให้ประสพแต่ความสุข ความเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฎิภานธนสารสมบัติทุกประการเทอญ เทพชัย อริยะพันธุ์